การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพคืออะไร
การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพคือการเดินทางที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อรักษาหรือพัฒนาสุขภาพ ความเป็นอยู่ที่ดี และคุณภาพชีวิต ตัวอย่างของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ได้แก่ รีทรีตสปา วันหยุดโยคะ ทริปออกกำลังกาย และการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ ซึ่งมักผสมผสานการผ่อนคลายเข้ากับวิถีชีวิตเพื่อสุขภาพ
การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเป็นหนึ่งในกลุ่มตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวระดับโลก ความสนใจที่เพิ่มขึ้นในเรื่องการดูแลตัวเอง การคลายเครียด และการใช้ชีวิตเพื่อสุขภาพ ทำให้โรงแรมและผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวจำนวนมากพัฒนาข้อเสนอที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น
ในขณะที่การท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อนแบบดั้งเดิมเน้นไปที่การผ่อนคลายเป็นหลัก การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจะเน้นที่ความเป็นอยู่ที่ดีเชิงรุก นักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพแสวงหาบริการสปา การนั่งสมาธิแบบมีผู้นำ คลาสโยคะ แคมป์ออกกำลังกาย หรือประสบการณ์ที่ดื่มด่ำกับธรรมชาติ นอกจากนี้ยังครอบคลุมถึงการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ที่โรงแรมและผู้ให้บริการนำเสนอการรักษาสำหรับปัญหาสุขภาพเฉพาะทาง
สำหรับโรงแรมอิสระขนาดเล็ก การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพถือเป็นโอกาสอันยิ่งใหญ่ การกระจายบริการของคุณจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ใส่ใจสุขภาพซึ่งมักยินดีจ่ายมากกว่าผู้เข้าพักทั่วไป คุณยังสามารถเข้าถึงความต้องการตลอดทั้งปี เนื่องจากทริปเชิงสุขภาพไม่ได้ผูกติดกับช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวสูงสุด
ทำไมตลาดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจึงสำคัญ
ตลาดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมีความสำคัญเพราะเป็นกลุ่มตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็วในการท่องเที่ยวระดับโลก ดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ยินดีจ่ายมากขึ้นเพื่อประสบการณ์ที่ส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ตลาดนี้ขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของจุดหมายปลายทาง สนับสนุนบริการเฉพาะกลุ่มในอุตสาหกรรมการบริการ และส่งเสริมการท่องเที่ยวตลอดทั้งปี
ในปี 2023 การเดินทางเชิงสุขภาพคิดเป็น 7.8% ของการเดินทางท่องเที่ยวทั้งหมด แต่คิดเป็น 17.9% ของค่าใช้จ่ายการท่องเที่ยวทั้งหมด ซึ่งแสดงให้เห็นว่านักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพใช้จ่ายมากกว่านักท่องเที่ยวทั่วไปกว่าเท่าตัว ตลาดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพทั่วโลกมีมูลค่าเกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐและยังคงเติบโตเร็วกว่าการท่องเที่ยวทั่วไป
การลงทุนในประสบการณ์ที่เน้นสุขภาพช่วยให้โรงแรมอิสระขนาดเล็กสร้างความแตกต่างและดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่มีคุณค่านี้ได้ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพยังมีแนวโน้มที่จะเป็นการพักระยะยาว และไม่ผูกติดกับช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวสูงสุดเหมือนการท่องเที่ยวทั่วไป ช่วยลดความผันผวนทางการเงินที่โรงแรมส่วนใหญ่ต้องเผชิญ
การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพยังเน้นไปที่บริการส่วนเสริม (Add-on) ที่สามารถเพิ่มรายได้เฉลี่ยต่อผู้เข้าพักได้อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นบริการนวดในที่พัก คลาสโยคะ และบริการสปา ซึ่งเป็นบริการที่มีอัตรากำไรสูงและสามารถจัดให้บริการได้ง่าย
ประเด็นสำคัญ
- นักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพใช้จ่ายมากกว่านักท่องเที่ยวทั่วไปกว่าเท่าตัว
- ตลาดนี้มีมูลค่าเกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐทั่วโลก และเติบโตเร็วกว่าการท่องเที่ยวทั่วไป
- บริการด้านสุขภาพส่งเสริมการพักระยะยาว ลดความผันผวนตามฤดูกาล และกระตุ้นการซื้อสินค้าและบริการที่มีอัตรากำไรสูง
ตัวอย่างการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพสำหรับโรงแรมมีอะไรบ้าง
ตัวอย่างการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพสำหรับโรงแรม ได้แก่ รีทรีตสปา โปรแกรมโยคะ/การนั่งสมาธิ การพักแบบเน้นการออกกำลังกาย และประสบการณ์ท่ามกลางธรรมชาติที่ออกแบบมาเพื่อพัฒนาสุขภาพกายและจิตใจ โรงแรมยังสามารถเสนอตัวเลือกอาหารเพื่อสุขภาพ เวิร์กช็อปด้านสุขภาพ และแพ็กเกจสุขภาพเฉพาะบุคคล
หากคุณเป็นเจ้าของโรงแรมอิสระขนาดเล็กและกำลังมองหาตัวอย่างการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเพื่อเป็นแรงบันดาลใจ คุณควรพิจารณาบริการด้านสุขภาพที่สอดคล้องกับประเภทผู้เข้าพักที่คุณดึงดูด บุคลิกภาพของแบรนด์ รวมถึงที่พัก สิ่งอำนวยความสะดวก และพื้นที่โดยรอบ ตัวเลือกที่น่าสนใจ ได้แก่
- โปรแกรมฟิตเนสกาย-จิต: จัดคลาสโยคะริมชายหาดตอนเช้าสัปดาห์ละหลายครั้ง เวิร์กช็อปพิลาทิสช่วงสุดสัปดาห์กับผู้สอนรับเชิญ หรือคลาสไทเก๊กและชี่กงตอนเย็นในลานสวนของที่พัก
- รีทรีตเพื่อการเจริญสติ: สร้างพื้นที่สงบสำหรับการนั่งสมาธิแบบมีผู้นำหรือช่วงเวลาทบทวนตัวเอง หรือจัดรีทรีตดิจิทัลดีท็อกซ์ช่วงสุดสัปดาห์พร้อมกิจกรรมเขียนบันทึก การฝึกหายใจ และช่วงเวลาเงียบสงบ
- การพักแบบเน้นการออกกำลังกาย: จัดตารางคลาสออกกำลังกายแบบกลุ่มและเสนอบริการเทรนเนอร์ส่วนตัว จำหน่ายแพ็กเกจที่รวมการออกกำลังกายประจำวัน การประเมินสมรรถภาพร่างกาย และโปรแกรมฟื้นฟูเฉพาะบุคคล
- การบำบัดทางกาย: พัฒนาเมนูสปาที่รวมบริการนวด ทรีตเมนต์ใบหน้า และอะโรมาเทอราพี ควบคู่กับการรักษาเฉพาะทางสำหรับปัญหาต่างๆ เช่น การฟื้นฟู ความตึงเครียด อาการเจ็ตแล็ก หรือความเหนื่อยล้า
- ประสบการณ์ด้านโภชนาการ: นำเสนอเมนูตามฤดูกาลที่อุดมด้วยวัตถุดิบท้องถิ่นและออร์แกนิค พร้อมตัวเลือกอาหารจากพืช จัดคลาสทำอาหารหรือกิจกรรมให้ความรู้ด้านโภชนาการกับเชฟหรือนักโภชนาการรับเชิญ
- ประสบการณ์ท่ามกลางธรรมชาติ: ออกแบบกิจกรรมกลางแจ้งแบบมีผู้นำที่เหมาะกับสภาพแวดล้อมของที่พัก เช่น เดินป่า เล่นเซิร์ฟ ปั่นจักรยาน พร้อมบริการเช่าอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการฟื้นฟูหลังกิจกรรม
- การพักเน้นการนอนหลับ/ฟื้นฟู: เสนอเมนูหมอน ผ้าม่านทึบแสง เสียงบำบัด อะโรมาเทอราพี และเวิร์กช็อปการผ่อนคลาย เพื่อช่วยให้ผู้เข้าพักพักผ่อนและปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับ
- โปรแกรมสุขภาพแบบองค์รวม: รวมทุกสิ่งข้างต้นเข้าด้วยกัน ได้แก่ การเจริญสติ ฟิตเนส ความหรูหรา โภชนาการ ธรรมชาติ การผ่อนคลาย เป็นแพ็กเกจหลายวันหรือหลายสัปดาห์ที่ส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีในระยะยาว
หากคุณมองว่าบริการด้านสุขภาพเป็นบริการเสริมของที่พัก คุณสามารถนำเสนอบริการแต่ละรายการให้ผู้เข้าพักเลือกได้ตามต้องการ แต่หากต้องการทำให้สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ของที่พัก คุณสามารถสร้างโปรแกรมสุขภาพครบวงจรที่อาจจัดต่อเนื่องเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์หรือมากกว่านั้น
ประเด็นสำคัญ
- โรงแรมสามารถนำเสนอประสบการณ์ด้านสุขภาพ เช่น บริการสปา โยคะ ฟิตเนส และกิจกรรมท่ามกลางธรรมชาติ
- บริการด้านสุขภาพควรสอดคล้องกับประเภทผู้เข้าพัก บุคลิกภาพของแบรนด์ ที่พัก สิ่งอำนวยความสะดวก และสถานที่ตั้ง
- บริการด้านสุขภาพสามารถนำเสนอเป็นบริการแต่ละรายการหรือเป็นโปรแกรมแบบครบวงจร
โรงแรมขนาดเล็กจะโปรโมตแพ็กเกจการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพให้ผู้เข้าพักได้อย่างไร
ความต้องการการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพนั้นแข็งแกร่งและยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
- หลังจากช่วงขาลงของ COVID-19 จำนวนทริปเชิงสุขภาพเติบโต 30.2% ต่อปีตั้งแต่ปี 2020 ถึง 2022 และค่าใช้จ่ายการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเพิ่มขึ้น 36.2% ต่อปี ในช่วงเดียวกัน
- ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก 55% ของนักท่องเที่ยวที่ตอบแบบสำรวจ ระบุว่าต้องการประสบการณ์ด้านสุขภาพท้องถิ่นเป็นส่วนหนึ่งของที่พัก
- ความต้องการนี้ยิ่งมากขึ้นในกลุ่มนักท่องเที่ยวระดับหรู โดยมากกว่า 90% ของนักท่องเที่ยวระดับหรูคาดหวังบริการด้านสุขภาพที่ปรับให้ตรงกับเป้าหมายสุขภาพของตน
ความท้าทายสำหรับโรงแรมอิสระคือการใช้ประโยชน์จากความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนี้ ต่อไปนี้คือวิธีที่โรงแรมขนาดเล็กสามารถพัฒนาและโปรโมตบริการด้านสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ
1. สร้างแพ็กเกจการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
รวมบริการด้านสุขภาพเข้าเป็นแพ็กเกจที่สอดคล้องกัน ออกแบบมาสำหรับนักท่องเที่ยวที่ใส่ใจสุขภาพที่ที่พักของคุณดึงดูด เช่น แพ็กเกจสุขภาพช่วงสุดสัปดาห์อาจรวมคลาสโยคะทุกเช้าและเย็น บริการสปาเป็นประจำ และตัวเลือกอาหารเพื่อสุขภาพทุกมื้อ
แพ็กเกจสุขภาพสามารถแตกต่างกันในเรื่องระยะเวลา ความเข้มข้น และจุดเน้น บางแพ็กเกจอาจเป็นช่วงพักสั้นเพื่อ “ชาร์จพลัง” ในขณะที่บางแพ็กเกจอาจเป็นรีทรีตแบบเข้มข้นที่ยาวนานหนึ่งสัปดาห์หรือมากกว่า ผสมผสานฟิตเนส โภชนาการ การเจริญสติ และธรรมชาติเข้าด้วยกัน ลองพิจารณาเสนอตัวเลือกที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ทั้งนักท่องเที่ยวทั่วไปและผู้ที่แสวงหาสุขภาพอย่างจริงจัง
2. โปรโมตบริการด้านสุขภาพ
ในการโปรโมตแพ็กเกจสุขภาพอย่างมีประสิทธิภาพ คุณต้องสร้างสื่อสารที่ชัดเจนและดึงดูดสายตา จากนั้นแสดงบนเว็บไซต์และโซเชียลมีเดีย รวมถึงในอีเมลและโฆษณาแบบชำระเงิน เน้นย้ำสิ่งที่ผู้เข้าพักจะได้รับจากบริการของคุณ ได้แก่ สุขภาพที่ดียิ่งขึ้น ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน และประสบการณ์ที่เป็นเอกลักษณ์และน่าจดจำ บันทึกภาพถ่ายและวิดีโอคุณภาพสูงของผู้เข้าพักที่กำลังเพลิดเพลินกับบริการด้านสุขภาพ เพราะนี่คือหลักฐานทางสังคมที่ทรงพลังซึ่งจะกระตุ้นให้ผู้อื่นเข้ามาใช้บริการ
ลองพิจารณาร่วมมือกับหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวท้องถิ่นและอินฟลูเอนเซอร์บนโซเชียลมีเดียเพื่อกระจายสารของคุณให้กว้างไกล อินฟลูเอนเซอร์ที่มีผู้ติดตามไม่มากแต่ตรงกลุ่มเป้าหมายและมีส่วนร่วมสูงสามารถสร้างผลลัพธ์ให้ธุรกิจของคุณได้มากกว่าการใช้งบประมาณจำนวนมากกับสื่อกระจายเสียงแบบดั้งเดิมอย่างโทรทัศน์และวิทยุ ซึ่งคุณไม่สามารถควบคุมได้ว่าสื่อการตลาดจะถูกส่งถึงใคร
3. นำเสนอบริการเฉพาะบุคคล
ผู้เข้าพักของคุณกำลังมองหารีทรีตด้านสุขภาพที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะตัว ดังนั้นการปรับให้เหมาะกับแต่ละบุคคลจึงเป็นสิ่งสำคัญ การปรับแต่งเล็กๆ น้อยๆ เช่น บริการสปาที่ชื่นชอบหรือตัวเลือกมื้ออาหาร สามารถเพิ่มความพึงพอใจได้อย่างมาก ให้ผู้เข้าพักเลือกจากกิจกรรมและตัวเลือกอาหารที่หลากหลาย เพื่อสร้างแพ็กเกจที่ตรงกับความสนใจ เป้าหมายด้านสุขภาพ และระดับสมรรถภาพร่างกายของแต่ละคน
ลองพิจารณาส่งแบบสำรวจด้านสุขภาพก่อนเดินทางมาถึง เพื่อทำความเข้าใจเป้าหมายด้านสุขภาพของผู้เข้าพักแต่ละราย จากนั้นคุณจะสามารถแนะนำบริการที่ตรงกลุ่มเป้าหมายและเสนอบริการเสริม (Add-on) ที่จะช่วยยกระดับประสบการณ์ของผู้เข้าพัก พร้อมเพิ่มรายได้ให้กับที่พัก
4. ร่วมมือกับผู้ให้บริการด้านสุขภาพในท้องถิ่น
การร่วมมือกับผู้ให้บริการด้านสุขภาพในท้องถิ่น เช่น ครูโยคะ เทรนเนอร์ฟิตเนส นักโภชนาการ หรือนักบำบัดสปา จะช่วยให้คุณขยายบริการได้โดยไม่ต้องลงทุนหนักในด้านสิ่งอำนวยความสะดวกและการฝึกอบรมพนักงาน ความเชี่ยวชาญที่ได้รับทันทีนี้ยังช่วยยกระดับประสบการณ์ด้านสุขภาพที่คุณนำเสนอให้ผู้เข้าพักอีกด้วย
ความร่วมมือในท้องถิ่นยังเปิดโอกาสในการโปรโมตข้ามสาย สตูดิโอโยคะหรือเดย์สปาในพื้นที่สามารถแนะนำลูกค้าของตนให้มาพักที่โรงแรมของคุณ และคุณก็สามารถทำเช่นเดียวกัน ความร่วมมือเหล่านี้เสริมสร้างความสัมพันธ์ของโรงแรมกับชุมชนท้องถิ่นและช่วยให้ธุรกิจที่เกื้อกูลกันได้ร่วมแบ่งปันความสำเร็จ
5. สร้างแรงจูงใจให้พักนานขึ้น
การส่งเสริมให้พักนานขึ้นช่วยให้ผู้เข้าพักมีส่วนร่วมกับโปรแกรมสุขภาพได้อย่างเต็มที่ นำไปสู่รายได้ที่สูงขึ้นต่อการจอง และช่วยลดความผันผวนตามฤดูกาลที่พบได้ทั่วไปในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
เสนอแพ็กเกจหลายวันหรือราคาแบบขั้นบันไดที่ให้รางวัลแก่ผู้เข้าพักที่ขยายระยะเวลาพัก เช่น ส่วนลดสำหรับคืนเพิ่มเติมหรือกิจกรรมด้านสุขภาพฟรีสำหรับการจองที่เกินระยะเวลาที่กำหนด จัดโปรแกรมรายสัปดาห์หรือรายเดือนที่มีเป้าหมายชัดเจนให้ผู้เข้าร่วมมุ่งไปสู่
การพักระยะยาวยังเปิดโอกาสให้ได้รับประสบการณ์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เช่น รีทรีตโยคะหลายวันหรือโปรแกรมฟิตเนสแบบต่อเนื่องที่ออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนแปลงร่างกายและจิตใจ วิธีนี้ไม่เพียงเพิ่มผลกำไร แต่ยังสร้างความภักดี เนื่องจากผู้เข้าพักจะคุ้นเคยกับโรงแรมและผู้เข้าร่วมโปรแกรมคนอื่นๆ อย่างลึกซึ้ง ซึ่งช่วยกระตุ้นการกลับมาเข้าพักอีกครั้ง
ประเด็นสำคัญ
- สร้างแพ็กเกจสุขภาพเฉพาะกลุ่มที่รวมบริการต่างๆ (สปา โยคะ อาหาร) เป็นประสบการณ์หลายวันที่ออกแบบสำหรับนักท่องเที่ยวแต่ละประเภท
- ใช้แบบสำรวจก่อนเดินทางเพื่อปรับบริการให้เหมาะกับแต่ละบุคคล และร่วมมือกับผู้ให้บริการด้านสุขภาพในท้องถิ่นเพื่อขยายบริการโดยไม่ต้องลงทุนด้านสิ่งอำนวยความสะดวกจำนวนมาก
- สร้างแรงจูงใจให้พักนานขึ้นผ่านราคาแบบขั้นบันไดและแพ็กเกจหลายวัน เพื่อเพิ่มรายได้ต่อการจองและลดความผันผวนของความต้องการตามฤดูกาล
เทรนด์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่กำลังมาแรงมีอะไรบ้าง
ในปี 2025 การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมีแนวโน้มไปสู่ประสบการณ์เฉพาะบุคคล การผสานเทคโนโลยี และความเชื่อมโยงกับธรรมชาติที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น นักท่องเที่ยวกำลังมองหาโปรแกรมสุขภาพที่ปรับแต่งเฉพาะบุคคล ดิจิทัลดีท็อกซ์ และจุดหมายปลายทางที่สนับสนุนการฟื้นฟูทั้งทางกายภาพและจิตใจ
เทรนด์สำคัญประการหนึ่งคือเส้นทางสุขภาพเฉพาะบุคคล ที่โรงแรมนำเสนอแพ็กเกจที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์เป้าหมายสุขภาพเฉพาะ เช่น การลดความเครียดและความวิตกกังวล การปรับปรุงการนอนหลับ การลดน้ำหนัก หรือการเข้าถึงสมรรถภาพทางกายสูงสุด ในโปรแกรมที่ปรับแต่งเฉพาะบุคคลเหล่านี้ ผู้เข้าพักจะได้รับโปรแกรมที่จัดทำขึ้นเป็นพิเศษ การให้คำปรึกษาส่วนตัว และการรักษาที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะบุคคล
อีกเทรนด์หนึ่งคือการผสานเทคโนโลยีขั้นสูง โดยเฉพาะอุปกรณ์สวมใส่เพื่อสุขภาพและการโค้ชด้วย AI สมาร์ทวอทช์สามารถติดตามทุกอย่างตั้งแต่ความเข้มข้นของการออกกำลังกายไปจนถึงวงจรการนอนหลับ และข้อมูลเหล่านี้สามารถนำมาวิเคราะห์ผ่านเครื่องมือที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อปรับปรุงสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้เข้าพัก
สุดท้าย จุดหมายปลายทางท่ามกลางธรรมชาติได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น ในแง่หนึ่งนี่คืออีกด้านหนึ่งของเทรนด์เทคโนโลยี ที่ผู้เข้าพักต่อต้านหน้าจอและให้ความสำคัญกับประสบการณ์กลางแจ้งแบบดื่มด่ำ การเดินป่า ว่ายน้ำ ปีนเขา และโยคะกลางแจ้งเป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับจิตใจพอๆ กับร่างกาย เมื่อผสมผสานกับนโยบายจำกัดการใช้โทรศัพท์ คุณจะสามารถมอบการหลีกหนีจากโลกสมัยใหม่ที่ผู้เข้าพักจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ กำลังแสวงหา
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมีชื่อเรียกอื่นอีกหรือไม่
การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพยังเป็นที่รู้จักในชื่อ การท่องเที่ยวเพื่อสุขภาวะ หรือ การท่องเที่ยวแบบองค์รวม ชื่อเหล่านี้ล้วนหมายถึงประสบการณ์ที่ออกแบบมาเพื่อพัฒนาสุขภาพกาย จิตใจ และอารมณ์ระหว่างการเดินทาง
ทำไมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจึงได้รับความนิยมมากขึ้น
การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเติบโตขึ้นเนื่องจากนักท่องเที่ยวจำนวนมากขึ้นให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองและสุขภาพกายและจิตใจ วันหยุดพักผ่อนถูกมองเป็นโอกาสในการรีเซ็ตร่างกายและจิตใจมากขึ้น ซึ่งเป็นเทรนด์ที่ขับเคลื่อนความนิยมของผู้ให้บริการที่พักที่เน้นสุขภาพ
ผลกระทบของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมีอะไรบ้าง
การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพสามารถส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่นได้อย่างมาก เนื่องจากนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมักพักนานกว่าและใช้จ่ายมากกว่า การที่นักท่องเที่ยวเหล่านี้อยู่ในเส้นทางของการพัฒนาตัวเอง ทำให้มักเป็นผู้เข้าพักที่ผ่อนคลายและให้ความเคารพมากกว่าผู้เข้าพักที่มาเพื่อสังสรรค์
By Dean Elphick
คณบดีเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดเนื้อหาอาวุโสของ Little Hotelier ซึ่งเป็นโซลูชันซอฟต์แวร์แบบ All-in-One ที่สร้างขึ้นเพื่อให้ชีวิตของผู้ให้บริการที่พักขนาดเล็กง่ายขึ้น คณบดีได้สร้างการเขียนและสร้างเนื้อหาความหลงใหลของเขาที่มีต่อชีวิตการทำงานทั้งหมดของเขาซึ่งรวมถึงกว่าหกปีที่ Little Hotelier ผ่านเนื้อหาคณบดีมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้การศึกษาแรงบันดาลใจความช่วยเหลือและในที่สุดความคุ้มค่าสำหรับธุรกิจที่พักขนาดเล็กที่ต้องการปรับปรุงวิธีการดำเนินงานของพวกเขา (และใช้ชีวิต)
สารบัญ
Maneerat Wiriyarat,
Owner
Long N Joy Samui Apartment Service